แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎหมายตำรวจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎหมายตำรวจ แสดงบทความทั้งหมด

ใบสั่งเจ้าพนักงานจราจร

13/7/58
ข้อมูลจาก หนังสือขอนแก่นแมกกาซีน ฉบับที่ ๗๗ ประจำวันที่ ๕-๒๐ ตุลาคม ๒๕๔๙

ใบสั่งเจ้าพนักงานจราจร

นักขับทั้งหลายคงจะรู้จักใบสั่งเจ้าพนักงานจราจรเป็นอย่างดีนะครับ  คงมีน้อยท่านที่จะไม่รู้จักกับใบสั่ง ไม่เป็นไรครับ ถึงจะขับรถดีแล้วก็อาจมีการผิดผลาดได้บ้าง  แต่การสะสมใบสั่งเยอะๆ  นั้นไม่ดีแน่  ลองมาทำความรู้จักกับใบสั่งบ้างดีมั้ยครับ

๑. ใบสั่งคืออะไร
   
ใบสั่งเป็นภาษาที่เราเรียกแบบชาวบ้านๆ  แต่ภาษากฎหมายคือ  "ใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่"  ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา ๑๔๐ วรรคสาม  ซึ่งเมื่อถูกจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไป  แล้วให้ใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่มาใช้แทนไปก่อน  คำว่า  "ใบสั่ง"  จึงเป็นคำเรียกรวมๆ ครับ  เนื่องจากใบสั่ง ๑ เล่ม  จะมี ๒๕ ชุดใบสั่ง  ซึ่งใน ๑ ชุดประกอบด้วย ๔ แผ่น ๔ สี คือ ใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่(สีขาว) กับสำเนาอีก ๓ แผ่น (สีเหลือง สีชมพู สีฟ้า) เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านได้รับมาคือใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ครับ  ใบสั่งนั้นเป็นสิ่งคล้ายบันทึกจับกุมที่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ทำการจับกุมผู้กระทำผิดในคดีอาญา  จะต้องทำขึ้นหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมบันทึกจับกุมส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี  แต่เนื่องจากคดีจราจรเป็นคดีที่มีโทษเพียงเล็กน้อยเป็นโทษปรับเสียส่วนใหญ่ ( ยกเว้นขับรถประมาท  เมาสุรา ใช้สารเสพติด  ชนแล้วหนี  และขับรถแข่ง มีโทษจำคุก) กฎหมายจึงอนุญาตให้ตำรวจจราจรเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่เพื่อเป็นประกันว่าท่านจะไปที่โรงพัก  แล้วออกใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่มอบเป็นที่ระลึกแก่ท่านให้ท่านไปชำระค่าปรับทีหลังภายในเวลา ๗ วัน ไม่ต้องเอาตัวท่านไปโรงพักในทันทีเหมือนคดีอาญาอื่นๆ

ใบสั่งมี ๒ ชนิด คือ
   
ก. ใบสั่งกรณีพบตัวผู้ขับขี่ คือ กรณีทั่วไป
   
ข. ใบสั่งกรณีไม่พบตัวผู้ขับขี่ หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่าใบสั่งแปะ ใบสั่งผูก เป็นกรณีที่ผู้ขับขี่ซึ่งเป็นผู้กระทำผิดไม่อยู่ที่รถ หรืออยู่บริเวณใกล้เคียงไม่ยอมปรากฎกายให้เห็น  เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรก็จะออกใบสั่งแปะหรือผูกไว้ที่หน้ากระจกรถให้เห็นชัดเจน โดยไม่ยึดใบอนุญาตขับขี่มา  แต่จะกลับไปแจ้งพนักงานสอบสวนลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน  แล้วรอให้ท่านมาชำระค่าปรับ  ถ้าท่านไม่มาชำระค่าปรับภายใน ๗ วัน  ถ้าทราบที่อยู่ก็จะออกหมายเรียกไปที่บ้านท่าน  ถ้าไม่ทราบหรือเรียกแล้วท่านไม่มาก็จะแจ้งอายัดไปที่กรมการขนส่งทางบกหรือขนส่งจังหวัด  รอเช็คบิลกันตอนชำระภาษีประจำปีครับ  และใบสั่งทั้งสองชนิดใช้แบบฟอร์มเดียวกันครับ

๒. อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่เกี่ยวกับใบสั่ง
   
เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนมีอำนาจในการจับกุมผู้กระทำผิดกฎจราจรครับ  แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเท่านั้นที่จะออกใบสั่งแก่ท่านได้  ลำดับขั้นตอนในการใช้อำนาจในการจับกุมผู้ขับขี่รถยนต์ที่กระทำผิดก็มีดังต่อไปนี้
   
๑. ตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดหรือไม่ จะโดยวิธีใดก็แล้วแต่  อาทิ การมองเห็นการกระทำผิดต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร  หรือใช้เครื่องมือต่างๆ ในการตรวจสอบความผิด เช่น ใช้เครื่องจับความเร็ว
   
๒. ถ้าท่านขับรถอยู่จะเรียกให้ท่านหยุดแล้วขอตรวจใบอนุญาตขับขี่ พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาที่ท่านได้กระทำผิดให้ทราบ  ในบางความผิดที่ยังไม่ชัดเจนอาจใช้วิธีเรียกให้ท่านหยุดรถก่อน แล้วตรวจสอบหาความผิดต่อไป  เช่น ตรววจวัดควันดำ  เสียงดัง  ตรวจหาความมั่นคงแข็งแรงของอุปกรณ์ของรถ ฯลฯ
   
๓. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสามารถใช้ดุลพินิจในขั้นตอนนี้พิจารณาด้วยตนเองว่า  สมควรจะออกใบสั่งให้แก่ท่านหรือไม่ หากเห็นว่าท่านกระทำผิดเพียงเล็กน้อยไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือความเดือนร้อน แก่ผู้อื่น ก็อาจใช้อำนาจว่ากล่าวตักเตือน แก่ท่านก็ได้  แต่ถ้าเห็นว่าเป็นความผิดที่ไม่อาจอภัยให้ได้ เช่น ขับรถเร็ว ฝ่าฝืนไฟแดง แซงทางโค้ง ฯลฯ ก็จะออกใบสั่งให้เลยและเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่จากท่าน อำนาจในการว่ากล่าวตักเตือนนี้ เป็นคนละขั้นตอนกับอำนาจของพนักงานสอบสวนครับ
   
๔. หลังจากที่เรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่จากท่านแล้ว ก็จะต้องนำใบอนุญาตขับขี่และสำเนาใบสั่งไปส่งให้พนักงานสอบสวนภายใน ๘ ชั่วโมง นับจากเวลาที่ได้ออกใบสั่งให้แก่ท่าน
Read more ...

คดีปกครอง รอง ผกก.สส.สภ.พระยืน ขอนแก่น ฟ้อง สตช.,ผบ.ตร. และ ก.ตร. กรณีใช้ ม.56

8/7/53
คดีศาลปกครองกลาง หมายเลขดำที่ 152/2550 

กรณี พ.ต.ท. ดาวเรืองภูมิ สันดี รอง ผกก.สส.สภ.พระยืน จว.ขอนแก่น ฟ้อง

สตช. เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1

ผบ.ตร. เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และ

ก.ตร. เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 

ประเด็นฟ้อง 2 ประเด็น

1. การเลือกตั้ง ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ถูก รสช. สั่งยุบไม่ชอบด้วยกฎหมาย
(ที่ไปที่มา เมื่อ19 ก.ย.49 บี๊กบัง หัวหน้าคณะ รสช. สั่งยุบ ก.ตร.เลือกตั้งที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น แล้วมีการเลือกตั้งซ่อม ก.ตร.ใหม่ ( คือชุดปัจจุบัน ) )
ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.ตำรวจฯ ม.40 ที่ว่า เมื่อ ก.ตร.พ้นตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ผู้ซึ่งมีชื่อในบัญชีประเภทนั้นตาม ม.37 ว 3 ในอันดับแรกเป็น ก.ตร.แทน สตช. แทนที่จะเลื่อนตำแหน่งสำรองขึ้นมากลับให้มีการเลือกตั้งใหม่

ก.ตร. มีหน้าที่วางระเบียบหลักเกณฑ์ต่างๆ ให้ตำรวจทุกคนปฏิบัติ หาก ก.ตร.มาไม่ชอบเสียแล้ว ระเบียบหลักเกณฑ์ที่ออกมานั้นก็ไม่ชอบไปด้วย เพื่อมิให้เกิดความเสียหายในอนาคต จำเป็นต้องฟ้องคดีนี้

2. ผบ.ตร.(พล.ต.อ.โกวิท) ใช้อำนาจแต่งตั้งข้าราชการตำรวจไม่ชอบด้วยกฎหมาย
( ที่มาที่ไป มติ ก.ตร.ที่ 14/49 ลง 1 พ.ย.49 ให้ ผบ.ตร.ใช้อำนาจตาม ม.56 แต่งตั้งตำรวจได้โดยไม่ต้องใช้หลักเกณฑ์การแต่งตั้งตามปกติ )

มีผลให้ ผบ.ตร.มีอำนาจแต่งตั้ง รอง ผบก. จำนวน 39 ตำแหน่ง ผกก. จำนวน 40 ตำแหน่ง รวม 79 ตำแหน่ง โดยออกคำสั่ง ตร.ที่ 788/49 ซึ่ง ก.ตร.เป็นผู้อนุมัติให้มีอำนาจ
ผู้ฟ้องคดี เห็นว่า การแต่งตั้ง ผกก. - รอง ผบก.เป็นอำนาจของ ผบช.ต่างๆ ที่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อ ตร. ตามที่กฎหมายบัญญัติ และการใช้อำนาจแต่งตั้งตาม ม.56 ต้องเป็นกรณีที่มีเหตุพิเศษ หรือ ผบช.ใช้อำนาจแต่งตั้งไม่เป็นธรรม หรือไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์ที่ ก.ตร. กำหนด โดยการใช้อำนาจแต่งตั้งตาม ม.นี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร.
ข้อเท็จจริงการแต่งตั้งคราวนั้น ไม่มีเหตุขัดข้อง ไม่มีเหตุพิเศษตามที่กฎหมายบัญญัติ..แต่เป็นกรณีที่ ผบ.ตร.รวบอำนาจเอามาแต่งตั้งเสียเอง อันเป็นการปฏิบัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ ก.ตร.ก็อนุมัติโดยไร้เหตุผลขัดต่อกฎหมายเช่นกัน

เพื่อสร้างบรรทัดฐาน สร้างความเป็นธรรมให้เกิดกับองค์กรตำรวจ จึงฟ้องคดีนี้

เมื่อ 25 มิ.ย.2553 ศาลมีคำพิพากษาตามคดีหมายเลขแดงที่ 898/2553
ประเด็นที่ 1. ศาลเห็นว่า สตช. ทำโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ประเด็นที่ 2. ศาลเห็นว่า คำสั่งแต่งตั้งที่ 788/49 ผบ.ตร. ใช้อำนาจโดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ม.55 เมื่อการใช้อำนาจของ ผบ.ตร. ฝ่าฝืนกฎหมาย มติ ก.ตร.ที่ 14/2549 ที่เห็นชอบให้ ผบ.ตร.ใช้อำนาจแต่งตั้งดังกล่าวได้ ย่อมฝ่าฝืนกฎหมายไปด้วย

จึงพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งและมติ ก.ตร. นั้น

ผลของคำพิพากษา 

คำสั่งแต่งตั้งที่ 788/49 ซึ่งแต่งตั้ง ผกก. 40 ตำแหน่ง และ รอง ผบก. 39 ตำแหน่ง เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเป็นอันสิ้นผล
Read more ...