ศาลปกครองสูงสุดชี้ขาดให้คนป่วยจากแม่เมาะยกเว้นค่าธรรมเนียมฟ้องกฟผ.ได้

10/5/52



21 ม.ค. 2549 คนแม่เมาะเฮ! เมื่อศาลปกครองสูงสุดชี้ขาดให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลแบบอนาถา เพื่อยื่นฟ้อง กฟผ.ได้ เผยดีใจที่ต่อสู้ผ่านกระบวนการยุติธรรม พร้อมยืนยันเดินหน้าฟ้อง กฟผ.ต่อ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,000 กว่าล้านบาท หลังจากต้องกลายเป็นคนป่วยรับสารพิษจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะมานานหลายสิบปี

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ศาลปกครองเชียงใหม่ ตัวแทนชาวบ้านแม่เมาะได้เดินทางเข้าฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ตามหมายเลขดำ 66/2548 ลงวันที่ 20 ม.ค.2549 ระหว่าง นายสุวัฒน์ สุริยะแก้ว กับพวกรวม 10 คน ที่ฟ้องคดี บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(มหาชน) ผู้ถูกฟ้องคดี โดยศาลได้อ่านคำสั่งที่ 791/2548 ของศาลปกครองสูงสุด ให้ผู้ฟ้องคดีทราบ ว่าศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ยืนคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นให้ชาวบ้านแม่เมาะที่เป็นผู้ป่วยจากการได้รับสารพิษซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ สามารถยื่นคำร้องการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลแบบอนาถาได้

นางมะลิวรรณ นาควิโรจน์ เลขานุการเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาให้ชาวบ้านแม่เมาะที่เป็นผู้ป่วยจากการได้รับสารพิษซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ สามารถยื่นคำร้องการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลแบบอนาถาในครั้งนี้

“ซึ่งชาวบ้านได้ขอรับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลแบบอนาถา จำนวนทั้งหมด 128 คนไปก่อนหน้านั้น ล่าสุด ศาลปกครองโดยศาลปกครองสูงสุดยืนคำพิจารณาศาลชั้นต้นให้ชาวบ้านที่ยื่นคำร้องขอฟ้องแบบอนาถาได้จำนวน 57 คน ที่เหลือได้พิจารณายกเว้นในสัดส่วน 3ใน 4 และ 9 ใน 10 นั่นหมายความว่า หากชาวบ้านรายใดที่ฟ้องเรียกค่าเสียหายไป 10 ล้านบาท ก็สามารถยื่นฟ้องแบบอนาถาโดยลดเหลือ 9 ล้าน ซึ่งก็ถือว่าศาลปกครองได้เมตตาชาวบ้านแล้ว หลังจากนี้ ก็คงต้องรอให้ศาลได้พิสูจน์ว่าเป็นผู้ป่วยจากผลกระทบจากโรงไฟฟ้าจริงหรือไม่ ซึ่งทุกคนไม่หนักใจ เพราะเชื่อว่าทุกคนป่วยจากสารพิษโรงไฟฟ้าจริง และเมื่อมาถึงตรงนี้แล้ว ทุกคนพร้อมยืนยันจะเดินหน้าฟ้อง กฟผ. เพื่อเรียกค่าเสียหายต่อไป” นางมะลิวรรณ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เลขาฯ เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ ได้กล่าวแสดงความหวังว่าศาลปกครองจะเร่งพิจารณาคดีดังกล่าว เนื่องจากว่าในขณะนี้ ชาวบ้านที่ได้เข้ายื่นคำร้องได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว 4 ราย ซึ่งเธอระบุว่าล้วนแล้วแต่เป็นการเสียชีวิตจากสารพิษโรงไฟฟ้าทั้งสิ้น

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มผู้ป่วยได้ร่วมกันเรียกร้องสิทธิ และต่อต้านโรงไฟฟ้ามาโดยตลอด แต่ก็ไม่เกิดการดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง จึงได้ยื่นฟ้อง กฟผ. ต่อศาลปกครองใน 2 กรณี คือ กรณีการเจ็บป่วย และกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

จนกระทั่ง ในวันที่ 29 สิงหาคม 2546 กลุ่มชาวบ้านในนามเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ จ.ลำปางจำนวน 128 ราย ได้เข้ายื่นฟ้องการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต่อศาลปกครอง จ.เชียงใหม่ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายกรณีเจ็บป่วยจากโรงไฟฟ้าจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,069,778,433 บาท เนื่องจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะปล่อยสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ทำให้สภาพอากาศโดยรอบโครงการไฟฟ้าเป็นพิษ จนชุมชนมีอาการเจ็บป่วยจากมลพิษ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวอนามัยระบุว่าชาวแม่เมาะป่วยด้วยโรคนิวโมโคนิโอซีส ซึ่งจะต้องได้รับการรักษาและดำเนินการโยกย้ายชุมชนโดยเร่งด่วน แต่ กฟผ.กลับหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับผิดชอบมาโดยตลอด

นางมะลิวรรณกล่าวด้วยว่า สำหรับตัวเธอเองนั้น พ.ญ.อรพรรณ เมธาดิลกกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวอนามัยที่โรงพยาบาลราชวิถี ได้ทำการรักษาผู้ป่วยทั้งหมด ระบุว่าผลการเอ็กซ์เรย์พบว่าปอดของเธอเหลือเพียง 70% บางรายเป็นหนักกว่าคือเหลือปอดไม่ถึง 50% ต้องใช้ยาพ่นเพื่อขยายหลอดลมตลอดเวลา

ต่อมา นายธีระศักดิ์ ชึขุนทด สภาทนายความที่ช่วยเหลือคดีดังกล่าว ได้กล่าวว่า การยื่นฟ้องครั้งนี้เป็นการฟ้อง

ตามมาตรา 6(2) และมาตรา 96 แห่งพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมปี 2535

ที่ระบุว่าเจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษที่ทำให้ผู้อื่น และทรัพย์สินเสียหายจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย โดยโจทก์ทั้ง 128 คน ยื่นขอค่าเสียหายรวม 1,069,778,433 บาท ซึ่งเป็นค่าเสียหายเฉพาะส่วนที่ชาวบ้านเจ็บป่วย พร้อมทั้งให้ศาลสั่งให้ กฟผ.หยุดปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์

นายธีรศักดิ์ ได้กล่าวถึงแนวทางการพิจารณาคดีในครั้งนั้นว่า เนื่องจากชาวบ้านไม่สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมศาลจำนวนร้อยละ2.5 ของจำนวนทุนทรัพย์ที่ฟ้อง ซึ่งเป็นเงินหลายล้านบาท จึงส่งสำนวนคำฟ้องพร้อมด้วยคำร้องให้ศาลยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล หรือการขอยื่นคำร้องฟ้องแบบอนาถา

ล่าสุด (20 ม.ค.49) ศาลปกครองสูงสุดได้ิพิจารณาให้้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลได้ ตามจำนวนสัดส่วนที่แตกต่างกันไปตามฐานะของผู้ยื่นคำร้อง และเมื่อศาลรับฟ้องแล้ว ก็จะมีการส่งสำนวนการฟ้องไปยัง กฟผ.เพื่อให้กฟผ.ได้มาพิจารณาและส่งเอกสารหลักฐานมาเพื่อให้เกิดกระบวนการไต่สวนของศาลต่อไป.

องอาจ เดชา
โดย : ประชาไท

วันที่ 23/01/2006

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น